วิธีสวดมนต์ที่ถูกต้อง สวดเเล้วได้บุญทันที ไม่ต้องรอถึงชาติหน้า!!!

3068
views
วิธีการ สวดมนต์ ที่ถูกต้อง สวดเสร็จส่งผลทันที

บทสวดมนต์ไม่ว่าบทใดก็มีอานุภาพในตัวเองมากมายหลายประการ วันนี้เราเลยมีการสวดมนต์ที่ถูกต้อง และเห็นผลทันทีหลังสวดเสร็จ

อย่างแรก ต้องสมาทานศีลห้าทุกวัน เวลาไหนก็ได้ เพราะศีลจะครอบคลุมเป็นเกราะให้เราตลอดทั้งวันทั้งคืนที่เราไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ถึงศีลขาดไปหนึ่งข้อ แต่อีกสี่ข้อก็ยังค้ำจุนให้เรามีศีลอยู่ และ #พุทธคุณของศีลนี้จะส่งผลให้เราเจอแต่สิ่งดีงามตลอดทั้งวัน หลักการสวดมนต์ เราต้องสมาทานศีลห้าก่อนสวดบทอื่นใดในโลกนี้ เพราะ การสมาทานศีลห้า จะเป็นการกรองเสียงให้เป็นทิพย์ก่อน แล้วเราจึงสวดบทอื่นได้หมดทุกบท หลักการอีกอย่างคือการ สวดด้วยความตั้งใจ เสียงดังฟังชัด

การสวดมนต์ไม่ใช่การภาวนา เราจึงต้อง ให้เทวดา นางไม้ เจ้าที่ ฯลฯ ได้ยิน มาร่วมโมทนาบุญกับเรา เราต้องมั่นใจในพลังที่ออกจากน้ำเสียงของเรา ว่าเสียงที่เปล่งไปนั้น สามารถดังไปทั่วสวรรค์ และ ต้องเกิดจากความศรัทธา กราบไหว้พระ ก็ต้องเบญจางคประดิษฐ์ให้สวยงามนิ้วโป้งแตะหว่างคิ้ว พอก้ม หน้าผากให้แตะถึงพื้นไม่ใช่ทิ่มหัวลงไป เหมือนเป็นคนไม่มีศรัทธา อย่างนี้บุญที่ได้ จะไม่ละเอียดเท่าคนที่เขาทำอย่างประณีตค่ะ

Loading...

วิธีสวดมนต์ที่ถูกต้อง

การสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้อง เรียงลำดับบทสวดดังนี้ค่ะ เริ่มจาก

คำบูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามะ อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามะ อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามะ (สวดคนเดียวลงด้วย “มิ” แต่สวดหลายคนเปลี่ยนเป็น “มะ”)

วิธีสวดมนต์

คำนมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังคัง นะมามิ (กราบ)

วิธีสวดมนต์

คำอาราธนาศีล ๕

มะยัง* ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ*
ทุติยัมปิ มะยัง* ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ*
ตะติยัมปิ มะยัง* ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ*
(*ถ้าคนเดียวเปลี่ยน มะยัง เป็น อะหัง, ยาจามะ เป็น ยาจามิ)

คำนมัสการพระพุทธเจ้า

คำนมัสการพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

บทพระไตรสรณคมน์

คำนมัสการพระพุทธเจ้า

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ | ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ | สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ | ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ | ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ | ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

สะระณะคะมะณัง นิฏฐิตัง (รับว่า อามะ ภันเต)

คำนมัสการพระพุทธเจ้า

ศีล ๕

ปาณา ติปาตา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ | อทินนา ทาณา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ | กาเม สุมิฉา จารา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ | มุสา วาทา เวระมณี สิกขา ปะทังสะมาธิยามิ | สุราเมระยะ มัชชะปะมา ทัฏฐานา เวระมะณี สิกขาปะทัง สมาธิยามิ | อิมานิ ปัญจสิกขา ปทานิ สมาธิยามิ(3 ครั้ง)

คำขอขมาพระรัตนตรัย

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต อุกาสะ ทวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต ฯ

พระรัตนตรัย

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
(การที่เราจะแผ่เมตตาให้ใคร ให้จดจำเสมอว่า เราต้องให้เราก่อน เมื่อเรามีบุญเราจึงให้คนอื่นได้ค่ะ)

อะหัง สุขิโต โหมิ | ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด, อะหัง นิททุกโข โหมิ | ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ | ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร, อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ | ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน
อะหัง อะนีโฆ โหมิ | ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ, สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ | ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น (พอขึ้นสัพเพ สัตตา วิญญาณของสัตว์ที่เรากินไปในแต่ละวันก็จะไปเกิดในทันทีไม่เกาะตามเนื้อตัวเราแล้วค่ะ)
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อัพพะยา ปัชฌา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะนีฆา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง

ท่านทั้งหลายที่ท่านได้ทุกข์ ขอให้ท่านมีความสุข ท่านทั้งหลายที่ท่านได้สุข ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้น สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เกิดเป็น ชะลาพุดชะ ที่เกิดเป็น อัณทะชะ ที่เกิดเป็น สังเสทะชะ ที่เกิดเป็น โอปาติกา จงมารับกุศลผลบุญให้ถ้วนทั่วทุกตัวสัตว์เทอญ

อิมานิ ปัญจะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ (สวด 3 จบ บทนี้ขอให้ปัญญาทางธรรมจงเกิดกับเรา ขาดไม่ได้เช่นกันค่ะ)

หากท่านอยากสวดมนต์บทใดๆ นอกเหนือจากนี้ ให้สวดแทรกไปก่อนที่จะ “แผ่เมตตาให้ตัวเอง” จากนั้นหากใครประสงค์จะนั่งสมาธิ ก็ให้ ขอพระกรรมฐานก่อนทุกครั้ง แล้ว นั่งสมาธิเป็นเวลาสั้นๆ ( การเริ่มต้นฝึกการนั่งสมาธิ อย่านั่งนานเพราะระยะเวลาไม่ช่วยให้ท่านได้บุญมากเท่ากับการนั่งแล้วกำหนดสติของเราได้ตลอดต่อเนื่อง อยู่กับลมหายใจ )

วิปัสสนาสมาธิ

ในช่วงทำวิปัสสนาสมาธินั้น หากเราเผลอส่งจิตไหลออกนอกแล้วไม่ดึงกลับ ไปคิดถึงคนที่เราชิงชัง เผลอไปคิดถึงลูกถึงสามี คิดถึงงาน ฯลฯ มันไปสวนคำสอนที่พระพุทธเจ้า ท่านทรงสอนให้เรากำหนดรู้อยู่กับลมเท่านั้น สรุปสั้น ๆ ให้เข้าใจก่อนว่า พระพุทธเจ้าไม่สอนให้เรานั่งแล้วคิดส่งจิตไปหาใคร เราต้องทำเพียงให้รู้กายใจในตัวเราเท่านั้น โดยการตามดูสภาวะธรรม ความจริงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น เช่น ท้องมันพอง เราก็ตามรู้ว่าพอง ท้องมันยุบเราก็ตามรู้ว่ามันยุบ เมื่อปวดข้อ ปวดขาก็ให้ตามรู้ว่าปวดหนอ ๆ ๆ อย่าขยับตัวเด็ดขาด คนที่เริ่มต้นฝึกใหม่ๆ ขอให้นั่งเพียงระยะสั้น (10-15 นาที)

ขอบคุณที่มา : deemagna

Advertisement
loading...
Loading...
แบ่งปัน